หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวเขาบ้านเข็กน้อย

กำหนดการงานประเพณีปีใหม่ม้งประจำปี 2560 ตำบลหมู่บ้านเข็ก น้อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงกับ "วันที่ 29 ธันวาคม 2559 - 6 มกราคม 2560"

ข้อมูลทั่วไป

หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวเขาบ้านเข็กน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางจากพิษณุโลกมาตามเส้นทางหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายระหว่าง กม. ที่ 92 - 93 เป็นหมู่บ้านม้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีกิจกรรมท่องเที่ยวซึ่งหาดูได้ยาก อาทิ เช่น ชมการจำลองวิถีชีวิตชาวม้ง ชมการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ วิถีชีวิต 12 เดือนของม้ง รำแคน ระบำกระดัง ระบำขลุ่ย เดินแบบชุดม้ง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวม้ง อาทิ ผ้าปักลาย พืชผักการเกษตร เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ภูทับเบิก เขาค้อ ทุ่งแสลงหลวง เป็นต้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อบต.เข็กน้อย โทร 08-7839-2880

ประวัติความเป็นมา
ปี พ.ศ. 2510 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในบริเวณพื้นทีนี้ โดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้เข้ามาโฆษณาในพื้นที่ เพื่อชักชวนคนม้งให้ต่อสู้กับรัฐบาล และก่อให้เกิดการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์ เป็นเหตุให้ทหารส่วนใหญ่ที่เข้าไปอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและการสู้รบเพื่อได้หลบหนีเข้าไปในเมือง ชุมชนเข็กน้อยเก่าถูกเผ่าทำลายจากการโจมตีของคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ชาวม้งต้องกระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ บางกลุ่มของชาวม้งเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยอพยพเข้าไปอาศัยอยู่ในป่า บางกลุ่มของชาวม้งอพยพเข้าไปอยู่ในเมือง เช่น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ การอพยพครั้งนี้ทำให้ชาวม้งซึ่งเคยอยู่รวมกัน เป็นพี่น้องกัน ต้องแยกย้ายกระจายตามที่ต่างๆ ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแลของรัฐบาลเนื่องจากมีการแทรกซึมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในหลายจุด โดยเฉพาะในกลุ่มของชาวเขา หมู่บ้านชาวเขาถูกทำลายจากการสู้รบ เป็นระยะเวลา 2 ปี

ปี พ.ศ.2512 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2512 เสนอว่า “...ค่ายใหญ่นี้เป็นกองบัญชาการแห่งหนึ่งของพวกแม้วแดงที่หมู่บ้านที่ 14 บ้านเข็กน้อย ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ บ้านเข็กน้อยอยู่ห่างจากถนนมิตรภาพสายพิษณุโลก-หล่มสัก ที่กิโลเมตร 94 เพียง 2 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มั่งคั่งแห่งหนึ่งของชาวม้งในพื้นที่ 3 จังหวัด มีโรงเรียนชาวเขาที่ทางราชการตั้งให้ มีหน่วยสอนศาสนาคริสต์เตียน แต่เดิมมีคนอยู่ 600 คน ภายหลังชาวม้งส่วนใหญ่กับมิชชันนารี อพยพเข้ามาอยู่กับฝ่ายไทย...” (ลำจวน; 2512)

ปี พ.ศ. 2514 ได้มีการอพยพกลับมาอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่อีกครั้ง โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้ระดมชายที่มีอายุระหว่าง 18 - 25 ปี ที่เป็นชาวม้ง และหลบหนีคอมมิวนิสต์ เพื่อเข้ารบและรับการฝึกอาวุธ ทหารเหล่านี้เรียกเป็นทางการว่าทหารชาวเขาอาสาสมัคร เขาค้อ คือ กองร้อย ชขส. 31 ซึ่ง จุดที่พักค่ายทหารในช่วงนั้นคือ ตำบลเข็กน้อยในปัจจุบัน อาจจะถือได้ว่า กองร้อยทหารชาวเขาอาสาสมัครเป็นจุดกำเนิดของหมู่บ้านชาวม้งในปัจจุบันนี้ก็เป็นได้

จากคำสั่งที่ ๗๖ / ๒๕๑๔ ที่ลง วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ แสดงว่า ชาวเขามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประเทศชาติในการต่อสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ การได้มาเป็นทหารอาสาของชาวม้งในเวลานั้นมีด้วยกันหลายวิธี เช่น การสมัครใจของชาวม้ง มาด้วยคำสั่งของรัฐบาล และมาโดยถูกเลือกจากทหาร

เหตุผลของการสมัครมาเป็นทหารอาสาชาวเขาในกองทัพไทยเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเวลานั้น วิเคราะห์จากการตอบคำถามและพูดคุยกับทหารและผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านมีดังนี้

  • เพื่อเป็นการแสดงว่าชาวม้งมีความจงรักภักดีต่อรัฐบาลไทยและมีความรักชาติไทย ชาวม้งได้สมัครเป็นทหารอาสาในกองทัพไทย อีกทั้งบริเวณพื้นที่ซ่องสุมของพรรคคอมมิวนิสต์มีลักษณะเป็นป่าเขา เป็นเหว เป็นถ้ำ ซึ่งเป็นการยากต่อการเข้าไปในพื้นที่ของทหารไทยที่ไม่คุ้นเคยกับลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ รัฐบาลจึงรับทหารอาสาชาวม้งซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ก่อนมาช่วยและลาดตระเวณหาข่าวให้กับทหารไทย
  • ชาวม้งที่อพยพลงมาอาศัยอยู่กับคนพื้นราบ ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อน ชาวม้งไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้นเพื่อให้ชาวม้งมีที่อยู่ที่ถาวร มีที่ดินทำกินทำอาชีพเกษตรกรรม จึงสมัครมาเป็นทหารอาสาช่วยรบในเวลานั้น

เมื่อสามารถสู้รบและแย่งพื้นที่ในบริเวณพื้นที่ชุมชนเข็กน้อยเป็นผลสำเร็จแล้ว ทหารได้จัดตั้งค่ายพักทหารในบริเวณดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า กองร้อย ชขส. 31 เพื่อเป็นสถานที่จัดเตรียมพื้นที่ ด้านอาหาร ที่พัก และได้อนุญาตให้ชาวม้งไปรับครอบครัวมาอยู่ด้วยกันในพื้นตั้งค่าย ในช่วงก่อนจะเกิดการสู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและรัฐบาลไทยนั้น ในพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ๆ ชาวเขาได้มาทำไร่อยู่เป็นประจำ แต่เมื่อเกิดการสู้รบ จึงไม่มีใครกล้าจะเข้าไปทำไร่ในพื้นที่เหล่านี้ จนกระทั่งทหารอนุญาตให้ทหารอาสาชาวม้ง และครอบครัวอาศัยอยู่ที่นี่ อีกทั้งถนนเข้าออกหมู่บ้านมีถนนใหญ่ตัดผ่านคือเส้นทางหล่มสัก - พิษณุโลก ทำให้สะดวกและง่ายต่อการเข้ามาดูแลของรัฐบาลและทหาร ดังนั้นการเข้ามาตั้งค่ายพักทหารในบริเวณนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างชุมชนเข็กน้อย และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทหาร

ตามนโยบายของรัฐบาลมีวิธีการดำเนินการกับชาวเขาที่ว่า สำหรับชาวเขาที่ไม่ประสงค์จะอยู่บนภูเขา หรือที่ต้องอพยพหลบหนี ก็ให้จัดตั้งศูนย์อพยพชาวเขาขึ้น เพื่อให้ชาวเขาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน แล้วให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ ตามความจำเป็น ให้สามารถผสมผสานกับคนพื้นราบต่อไปได้ และเพื่อความปลอดภัยของชาติบ้านเมือง ให้เร่งสร้างความสัมพันธ์ทางจิตใจกับชาวเขาให้มีความรู้สึกนึกคิด เป็นพวกเดียวกับคนไทย และมีความจงรักภักดีต่อรัฐบาลไทย ตามวิธีการดำเนินงานของรัฐบาลในแนวนี้จึงมีผลทำให้มีการอพยพชาวม้งจากที่ต่างๆ มารวมกันในชุมชนเข็กน้อย ชาวม้งที่อพยพมาในช่วงแรกๆ มาจาก 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ จังหวัดเลย (1 กลุ่ม) จังหวัดพิษณุโลก (1 กลุ่ม) จังหวัดเพชรบูรณ์ (2 กลุ่ม) มารวมกันในชุมชนเข็กน้อย นำโดยนายโก๊ะ แซ่หยาง เป็นผู้ตัดสินใจเลือกสถานที่นี้เป็นที่รวมของชาวม้งในช่วงเวลานั้น เพราะมีสถานที่ให้ชาวม้งได้เลือกเพื่อตั้งเป็นหมู่บ้านอยู่ 2 แห่ง คือ 1. บริเวณชุมชนเข็กน้อยในปัจจุบัน และ 2. หนองมีนา ในอำเภอเขาค้อ ชื่อของชุมชนเข็กน้อยอาจจะมาจากในบริเวณดังกล่าวมีแม่น้ำเข็กไหลผ่าน ชาวม้งจึงได้ตั้งชื่อของหมู่บ้านตามชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่าน

เหตุผลที่มีอนุญาตให้ตั้งหมู่ชาวเขาในบริเวณนี้คือ พิจารณาจากการสัมภาษณ์ทหารและผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้าน รวมทั้งนายโก๊ะ แซ่หยาง ผู้นำชาวม้ง และกำนันประจวบ ฤทธิ์เนติกุล เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของชุมชนเข็กน้อย ได้ดังนี้

  • บริเวณพื้นที่นี้เคยเป็นพื้นที่ทำอาชีพเกษตรกรรมของชาวม้ง ช่วงก่อนการก่อการร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
  • บริเวณพื้นที่ติดกับถนนใหญ่ สายหล่มสัก- พิษณุโลก สะดวกในการเข้าออกของชาวม้งและทหารในเวลานั้น
  • เป็นพื้นที่กว้าง พื้นที่ราบ สวยงาม และมีแม่น้ำเข็กไหลผ่าน พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์
  • เป็นนโยบายของรัฐ ปีพ.ศ. 2512 ต้องการรวมชาวเขาให้เป็นกลุ่ม ไม่กระจายเกินไป เพื่อง่ายต่อการควบคุม ดูแล และให้ความช่วยเหลือ
  • เป็นรางวัลให้กับชาวม้ง ที่ได้สมัครมาเป็นทหารชาวเขาอาสาสมัครที่ช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ชุมชนเข็กน้อย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 - ปัจจุบัน โดยมีช่วงเวลาของพัฒนาการชุมชนดังนี้

ราษฎรตำบลเข็กน้อยกระจายกันอยู่ในเขตรอยต่อของ จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลย ตามหมู่บ้านต่างๆ ดังนี้ คือ หมู่บ้านเข็กน้อยเก่า, หมู่บ้านห้วยทราย, หมู่บ้านเขาขาด, หมู่บ้านสนั่นจง, หมู่บ้านป่าหวาย, หมู่บ้านน้ำพุ, หมู่บ้านเขาค้อ, หมู่บ้านสะเดาะพง, หมู่บ้านขี้เถ้า, หมู่บ้านหูช้าง, หมู่บ้านเขาย่า, หมู่บ้านเล่ากี่, หมู่บ้านเสาเน้ง, หมู่บ้านน้อยและหมู่บ้านเล่าเพ่ง

ปี พ.ศ. 2510 พรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทย ได้เข้ามาปลุกระดมมวลชนเพื่อเป็นแนวร่วม ชาวม้งจากหมู่บ้านต่างๆ ส่วนใหญ่หลงเชื่อเข้าเป็นแนวร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่อีกส่วนหนึ่งจากหมู่บ้านป่าหวาย, หมู่บ้านเข็กน้อย, หมู่บ้านเขาขาด, หมู่บ้านป่ายาบ, หมู่บ้านสนั่นจง, หมู่บ้านห้วยทรายและหมู่บ้านเล่าลือได้ลงมาร่วมกับทางรัฐบาลและกระจายกันอยู่ที่ อำเภอนครไทย, หมู่บ้านหนองแส อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และหมู่บ้านหนองผักกล้าม อำเภอด่านช้าง จังหวัดเลย

ปี พ.ศ. 2513 ผู้นำราษฎรชาวม้ง ที่กระจายกันอยู่ได้หารือกันและได้มีข้อเสนอผ่านทาง เสธจำเนียง มีสง่า ถึงพลโทสำราญ พิทยากุล ขอพื้นที่ชุมชนเข็กน้อยปัจจุบันเพื่อให้ราษฎรชาวม้งมาอยู่รวมกัน เพราะความผูกพันและเพื่อให้มีพื้นที่ทำกิน ในปีดังกล่าวทางราชการจึงได้นำชาวม้งไปฝึกเป็นทหาร เรียกว่า ชาวเขาอาสาสมัคร

ปี พ.ศ. 2514 ทางราชการทหารได้ขอพื้นที่ชุมชนเข็กน้อยปัจจุบัน 45,000 ไร่ จากกรมป่าไม้ และให้ราษฎรชาวม้งมาอยู่จำนวน 105 ครอบครัว โดยตั้งชื่อว่าชุมชนเข็กน้อย ขึ้นกับตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายโก๊ะ แซ่หยาง เป็นผู้นำชาวม้ง

ปี พ.ศ. 2518 มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านเป็นครั้งแรก นายประจวบ ฤทธิ์เนติกุล ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านของชุมชนเข็กน้อย

ปี พ.ศ. 2524 ได้แยกชุมชนเข็กน้อยออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 6 นายประจวบ ฤทธิ์เนติกุล เป็นผู้ใหญ่บ้านและหมู่ที่ 10 ได้เลือก นายมานะ แซ่เฮอ เป็นผู้ใหญ่บ้านขึ้นกับ ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ปี พ.ศ. 2525-2527 การสู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับรัฐบาลได้ยุติลง แนวร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์ได้มอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ส่วนใหญ่ได้มาอยู่ที่ชุมชนเข็กน้อย

ปี พ.ศ. 2531 ในเดือนสิงหาคม ชุมชนเข็กน้อยได้ขอแยกออกเป็นอีก 2 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านป่ากล้วย โดยมีนายวันชัย คีรีรัตน์สกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2531 และหมู่บ้านน้ำขาว โดยมีนายเกรียงไกร สืบศักดิ์วงศ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2531 ทั้ง 4 หมู่บ้านขึ้นกับกิ่ง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ปี พ.ศ. 2532 ชุมชนเข็กน้อยได้ขอแยกเพิ่มอีก 2 หมู่บ้านและปรับเลขที่หมู่บ้านใหม่ คือ

หมู่ที่ 1 บ้านน้ำขาว นายเกรียงไกร สืบศักดิ์วงศ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 2 บ้านเข็กน้อย นายมานะ แซ่เฮอ เป็นผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 3 บ้านป่ากล้วย นายวันชัย คีรีรัตน์สกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย นายประจวบ ฤทธิ์เนติกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 5 บ้านเล่าลือเก่า นายทนงศักดิ์ แซ่หว้า เป็นผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 6 บ้านปากทาง นายทัศนะ ทรงสวัสดิ์วงศ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน

ก่อนที่จะยกฐานะเป็นตำบลเข็กน้อยยังขึ้นกับ ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ และ นายประจวบ ฤทธิ์เนติกุล ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นกำนันของตำบลแคมป์สน ประมาณหนึ่งเดือนต่อมาชุมชนเข็กน้อยได้รับการยกฐานะเป็นตำบลเข็กน้อย

ปี พ.ศ. 2533 ได้แยกออกอีก 1 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 7 หมู่บ้านศักดิ์เจริญ โดยมีนายลิขิต ศักดิ์เจริญชัยกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน

ปี พ.ศ. 2539 ในเดือนกุมภาพันธ์ ชุมชนเข็กน้อยได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อย

ปี พ.ศ. 2541 ในเดือนมีนาคม ได้แยกหมู่บ้านออกอีก 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 8 หมู่บ้านชัยชนะ โดยมีนาย นราพงษ์ ทรงสวัสดิ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2541 - วันที่ 31 ธันวาคม 2542) และหมู่ที่ 9 บ้านประกอบสุข โดยมีนายสมัคร โรจน์แสงสิทธิกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน ในเดือนกันยายน 2541 ได้แยกออกอีก 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 10 บ้านเจริญพัฒนา โดยมีนายกมล การุญบริรักษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านและหมู่ที่ 11 บ้านคีรีรัตน์ โดยมีนาย ชาญยุทธ แสนยากุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน และหมู่ที่ 12 บ้านสันติสุข ศูนย์ประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนม้ง เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลย, (ม.ป.ป : 13-15)

เฟสบุ๊ค: http://www.facebook.com/baankheknoi, http://www.facebook.com/hmongthailand




แผนที่การเดินทาง

หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวเขาบ้านเข็กน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์ 67280  เดินทางจากพิษณุโลกมาตามเส้นทางหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายระหว่าง กม. ที่ 92 - 93



 


http://www.khaokhothailand.com (เขาค้อ ไทยแลนด์ดอทคอม), โทรศัพท์: 08-9206-6080, 08-5158-5953, id line: tahandaonz (ติดต่อโฆษณา)

Find us on Facebook: http://www.facebook.com/khaokho, E-mail: khaokhothailand@gmail.com