สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ

ตั้ง อยู่ที่ 51 หมู่ 3 ตำบลสะเดาพง เป็นสถานที่ทดลองปลูกไม้เมืองหนาวจากสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ภายในสถานีได้ปลูกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น พลับฝาด พลับเนคตาซีน แมคคาเดเมียนัท กาแฟ มะกอกน้ำ นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเข้าชมภายในสถานีทดลองการเกษตรที่สูงเขาค้อ จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และสามารถจองเต็นท์ได้ในราคา 250 บาท พักได้ 4 คน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 056-723-056

สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม อากาศดี ภูมิทัศน์สวยงาม ส่วนงานวิจัยก็สอดคล้องกัน เพราะมีวิจัยเรื่องผลไม้ ดอกไม้ สมุนไพร พืชผักปลอดสารพิษ เดิมทีเกษตรที่สูงเขาค้อ เน้นวิจัยทางด้านเกษตรอย่างเดียว แต่ต่อมารัฐบาลได้เสนอให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเพราะเขาค้อ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมค่อนข้างมากเป็นปกติ จากจุดเด่นเรื่องของอากาศที่เย็นสบายตลอดปี และหนาวมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดต่ำลงเหลือ 4-5 องศาเซลเซียสเท่านั้น

สถานี ทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ จัดภูมิทัศน์ได้อย่างสวยงามลงตัว ส่วนหนึ่งเป็นดอกไม้เมืองหนาว คอยหมุนเวียนสับเปลี่ยน ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ที่โดดเด่นมากคือ ฮอลลี่ฮ็อก ดาวเรือง ผีเสื้อ และไม้สวยอื่นๆ ภายในสถานีฯมีที่พัก ให้เลือกหลายหลัง แบ่งเป็นแบบบ้านเดี่ยว และเรือนพัก แต่ช่วงเทศกาลต้องจองกันนาน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ต้องจองล่วงหน้านานเป็นพิเศษ


สิ่งที่น่าสนใจ
โครงการควบคุมและกำจัดหนอนใยผักโดยเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมันในรุ่นลูก

ได้ดำเนินงานวิจัยตั้งแต่ พ.ศ.2535-2543 ที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนำเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมันด้วยรังสีในรุ่นลูกมาใช้ควบคุมกำจัดหนอนใย ผักในแปลงกะหล่ำปลี โดยฉายรังสีให้แมลงเป็นหมันไม่สมบูรณ์ในรุ่นพ่อแม่ แล้วปล่อยไปผสมพันธุ์ไปผสมพันธุ์กับแมลงในธรรมชาติเพื่อให้เกิดรุ่นลูกที่มี ความเป็นหมันเพิ่มขึ้น การติดตามผลการทดลองกระทำโดย ผ่าดูโครโมโซมของอัณฑะหนอนเพศผู้วัยสุดท้ายที่จับได้ในแปลงทดลอง ถ้าเป็นแมลงที่เป็นหมันในรุ่นลูกจะมีโครโมโซมผิดปกติ ส่วนการติดตามผลการปล่อยแมลงที่เป็นหมันในรุ่นพ่อแม่ โดยการทำเครื่องหมายด้วยผงสีสะท้อนแสง และจับแมลงกลับด้วยกับดักกาวเหนียวสีเหลือง เพื่อหาอัตราส่วนระหว่างแมลงฉายรังสีกับแลงธรรมชาติ ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ของเทคนิคนี้ นอกจากนี้ยังพบแมลงตัวห้ำ และแมลงตัวเบียนเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เกิดสมดุลธรรมชาติ ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้เกษตรกรไม่ต้องใช้สารฆ่าแมลงในผักและสิ่งแวด ล้อมน้อยลง

ขึ้นทะเบียนแมคคาเดเมียพันธุ์ใหม่
วิชาการฯ หนุนเกษตรกรปลูกส่งออกสร้างรายได้

นายจำรอง ดาวเรือง ผอ.ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงใหม่ (ฝาง) สวพ.1 เชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์แมคคาเดเมียเพื่อ ปลูกในพื้นที่สูงของไทย ส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวเขาปลูกเพื่อสร้างรายได้ เนื่องจาก แมคคาเดเมีย ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่ดี และมีราคาสูง โดยแมคคาเดเมียอบแห้งกะเทาะเปลือกแล้วขายกก.ละ 1,200 บาท แต่หากเป็นเมล็ดสดไม่อบสุก กก.ละ 250-300 บาท นอกจากนั้น ยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งมีเบต้าแครอทีนสูง และไม่มีคอลเรสเตอรอล ทำให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศเช่น จีน ไต้หวัน เกาหลี และฮ่องกง ที่ส่วนใหญ่มักนำเข้ามาจากฮาวาย หากไทยสามารถขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตส่งออกไปยังตลาดต่าง ประเทศเชื่อว่า แมคคาเดเมีย น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งของไทย

ทั้งนี้การศึกษาวิจัยเพื่อคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์แมคคาเดเมียที่เหมาะสม เริ่มต้นได้คัดเลือกพันธุ์แมคคาเดเมียจากเกาะฮาวาย และทดลองปลูกในพื้นที่สูงที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับต่ำกว่า 400 เมตรจากน้ำทะเล ระดับตั้งแต่ 700-1,000 เมตรจากน้ำทะเล และระดับสูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยทดลองปลูกในแปลงทดลองของศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบูรณ์ และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่

นายจำรอง กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันได้พันธุ์แมคคาเดเมียที่เหมาะสมปลูกในพื้นที่สูงกว่าน้ำทะเล 700 เมตร ซึ่งเตรียมขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตรและส่งเสริมให้ แก่เกษตรกรปลูก พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมต้องอยู่ระดับสูงกว่าน้ำทะเลไม่น้อยกว่า 700 เมตร เช่น อ.พบพระ จ.ตาก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งการปลูกแมคคาเดเมียส่วนใหญ่จะปลูกเสริมในแปลงปลูกผัก หรือ พืชไร่ โดยจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่อายุ 4 ปี ไปจนถึงอายุ 25 ปี ให้ผลผลิตประมาณต้นละ 25 กก. หรือราว 400-500 กก.ต่อไร่ ทั้งนี้ เชื่อว่า แมคคาเดเมีย จะเป็นพืชสำหรับปลูกในพื้นที่สูง อีกหนึ่งทางเลือกให้แก่เกษตรกรที่สนใจ

แมคคาเดเมียนัท
แปลงปลูก แมคคาเดเมียนัท เป็นพืชที่ปลูกกันมาในจังหวัด เชียงใหม่ เลย และเพชรบูรณ์ แมคคาเดเมียนัท ที่เกษตรที่สูงเขาค้อ มีพื้นที่ปลูกประมาณ 20 ไร่ โดยมีการปลูกกาแฟแซม แมคคาเดเมียนัท ปลูกได้ผล ในที่ค่อนข้างสูง ลำต้นมีขนาดใหญ่ พุ่มใบแน่นทึบ ใบเขียวทั้งปี เป็นพืชที่เหมาะจะปลูกคลุมภูเขาไม่ให้เป็นเขาหัวโล้น ซึ่งจากข้อมูลทางวิชาการนั้นระบุว่า สามารถปลูกได้ไม่กี่จังหวัดเท่านั้น ส่วนกาแฟที่ปลูกแซมในแปลงแมคคาเดเมียนัท ส่วนหนึ่งปลูกใต้ต้นกระถินณรงค์ กาแฟเป็นงานทดลองเช่นกัน แต่ผลผลิตสามารถนำมาแปรรูป เป็นกาแฟสดที่ให้รสชาติดีมาก

อยากทราบวิธีปลูกแมคคาเดเมีย
ที่เพชรบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งการปลูกแมคคาเดเมียส่วนใหญ่จะปลูกเสริมในแปลงปลูกผัก หรือ พืชไร่ โดยจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่อายุ 4 ปี ไปจนถึงอายุ 25 ปี

พืชผักปลอดสารพิษ
ที่นี่มีการส่งเสริมการปลูก มะระหวาน ซึ่งเป็นผลงานของคนงานในสถานี เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ทำให้ยอดมะระหวาน มีจำนวนมากในบริเวณเขาค้อ และมีวางขายทั่วไป จนกลายเป็นอาหารหลักของคนที่ขึ้นมาท่องเที่ยว เกือบทุกร้านอาหารจะมีเมนูยอดมะระหวานให้ลิ้มลอง ซึ่งมีตั้งแต่ยอดมะระหวานผัดน้ำมันหอย แกงจืด แม้กระทั่งก๋วยเตี๋ยวก็ใช้แทนผักบุ้งและถั่งงอกได้

นอกจากนี้สถานีทดลอง เกษตรที่สูงเขาค้อ มีโรงเรือนปลูกผักปลอดสารพิษ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ให้ความสำคัญกับการปลูกผักเมืองหนาวที่หารับประทานได้ยาก และการปลูกทำโดยปลอดสารพิษ




แผนที่การเดินทาง

จากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ตรงไปยังสี่แยกรื่นฤดี เลี้ยวขวาที่สี่แยกไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 ตรงไปตามเส้นทางสู่เขาค้อ สถานีทดลองเกษตรที่สูงฯ ถึงก่อนทางแยกเส้นทางสู่เขาค้อเล็กน้อย



 


http://www.khaokhothailand.com (เขาค้อ ไทยแลนด์ดอทคอม), โทรศัพท์: 08-9206-6080, 08-5158-5953, id line: tahandaonz (ติดต่อโฆษณา)

Find us on Facebook: http://www.facebook.com/khaokho, E-mail: khaokhothailand@gmail.com